You are browsing the archive for review.

นักเรียน มัธยม

มีนาคม 2, 2012 in ช่างภาพ แนวแฟชั่น พรอตเทรต, ถ่ายรูป ทั่วไป

ได้มีโอกาสไปถ่ายภาพ เก็บภาพ น้องแผ่วแพ้ว ในงานวันกีฬาสี โรงเรียน เตรียมอุดมศึกษา พญาไท

น้องยังอยู่ มอ.4 ครับ ผมช่างภาพเลยไม่ได้ให้โพสท่าทางอะไรมากมายเกินไป เพราะน้องยังเป็นนักเรียนมัธยม และยังอยู่ในวัยเรียน ซึ่งแอบได้ยินว่าเรียนเก่งมากๆเด้วย

ก็เลยให้โพสท่าธรรมดาเบสิคๆครับ ปรากกฎว่ารูปออกมา สวยน่ารัก และเป็นธรรมชาติ มากๆครับ ไม่น่าเชื่อว่าไม่เคยถ่ายแบบมาก่อน

 

 

dsc_1394-edit1

 

 

 

 

100 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการถ่ายภาพ

กุมภาพันธ์ 10, 2012 in บทความช่างภาพ

1. Never do photography to become a rock-star
อย่าถ่ายรูป เพราะหวังว่าจะได้เป็นดารา

2. Enjoy what you are shooting.

 สนุกกับสิ่งที่เรากำลังจะถ่าย

3. Prepare well for your shooting, realizing that your battery isn’t charge when you’re setting up for that sunrise shoot is too late!

เตรียมตัวให้ดีๆ ก่อนถ่าย การนึกออกได้หลังจาก…ตื่นตีห้า เดินอีกสามกิโลไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น ว่า…เมื่อคืนไม่ได้ชาร์จแบต… มัน “สาย” ไปมาก

4. Always take one warm garment more than you actually need with you 

อย่าลืมใส่เสื้อตัวอุ่นเพิ่มอีกตัว

5. Pay attention to your thoughts and emotions while you are shooting 
ใส่ใจกับหลากความคิดและหลายอารมณ์ของคุณ ขณะกำลังจะกดชัตเตอร์

6. Set goals you can achieve – ตั้งเป้า…ในสิ่งที่ทำได้

7. Write tips about photography, because writing is also learning 

เขียนกลเม็ดการถ่ายรูป การเขียน คือ การเรียนรู้

8. Never go shooting without a tripod 

อย่าไปถ่ายรูป โดยไม่มีขาตั้ง

9. Be pleased with the little prosperities
แสดงยินดีกับตัวเองเสมอ แม้ก้าวหน้าไปเล็กน้อย

10. Build relationships with potential photo buddies
สร้างความสัมพันธ์อันดีงาม กับเพื่อนซี้ที่รักถ่ายรูป

11. Watch the place you want to shoot first with your heart then with the camera
เล็งดูสรรพสิ่งที่คุณจะถ่าย ด้วยหัวใจและจิตใจของคุณก่อนเล็งด้วยกล้อง

12. Always stay calm
ใจเย็นเสมอ

13. Know that you tend to overestimate yourself
รู้ให้แม่น ว่า คุณยกตัวเองเกินไป

14. Perspective is the killer
มุมมองสัดส่วนที่ตาเห็น ทำภาพเจ๊งเสมอ

15. Dedicate yourself to photography, but never browbeat yourself too much
ทุ่มเทตัวเรา ให้กับการถ่ายรูป
แต่อย่าถึงกับเคี่ยวเข็ญ

16. Take part in a photography community
มีส่วนร่วมกับสังคมคนถ่ายรูป

17. Keep your camera clean
รักษากล้องให้สะอาดหน่อย

18. Never compare yourself to others in a better or worse context
อย่าเทียบตัวเองกับคนอื่น ในแง่ว่าเราดีกว่า หรือ แย่กว่า

19. Find your own style of photography
จงค้นหาสไตล์การถ่ายรูปของคุณเองให้ได้

20. Try to compose more and to hit the shutter less
พยายามเล็งมุมมองให้มากเข้าว่า
แล้วกดชัตเตอร์ให้น้อยเข้าไว้

21. Seek out and learn to accept critique on your images
จงไป! ค้นหาและเรียนรู้ที่จะยอมรับ .. คำวิจารณ์รูปถ่ายของคุณ

22. Do something different to recover creativity
ทำอะไรให้มันแตกต่่างซะมั่ง
จะได้เจอความคิดสร้างสรรที่ทำหล่นหายไป

23. Get inspiration from the work of other photographers
เก็บแรงบันดาลใจ จากงานของตากล้องคนอื่น

24. Criticize honestly but respectfully
วิจารณ์อย่างจริงใจ แต่อ่อนน้อมสุภาพ

25. Get feedback from your lady
น้อมรับคำแนะนำจากคุณภรรยาคุณเสมอ !!!

26. Don’t copy other photographer’s style
อย่าก๊อปสไตล์ตากล้องคนอื่น

27. Be bold
กล้าๆเข้าไว้ !!!

28. Take care of the golden ratio
ดูแลอัตราส่วนทองให้ดีๆ
(โปรดค้นหาความหมาย อัตราส่วนทอง จาก wiki)

29. 10mm rocks!
ความยาวโฟกัสเลนส์ 10mm มัน … ระเบิดเถิดเทิง!

30. Take self portraits
ถ่ายรูปตัวตนแท้จริงตัวเองมั่ง

31. Read books about photography
อ่านหนังสือตำราถ่ายรูปให้มากเข้าไว้

32. To give a landscape photograph the extra boost, integrate a person (maybe yourself)
ภาพถ่ายทิวทัศน์น่าดูขึ้น อย่าลืมใส่”มนุษย์”เข้าไปด้วย (ไม่มีใคร ตัวเองก็ได้)

33. Every shooting situation is different than you expect
ทุกสถานการณ์ถ่ายรูป ไม่เคยเป็นตามที่เราคิด :-)

34. Pay attention to s-curves and lines
ใส่ใจกับเส้นโค้งตัว S และเส้นตรง

35. Always shoot in RAW
ถ่้ายเป็น RAW เสมอ

36. Keep your sensor clean, so you can save some work cleaning your image in post production
รักษาเซนเซอร์ให้สะอาด (ไม่ขอแปลที่เหลือ)

37. Discover the things you think are beautiful
ค้นหาทุกสรรพสิ่งที่คิดว่างดงามให้เจอ

38. It takes time to become a good photographer
จะเป็นตากล้องชั้นเทพ มันต้องอาศัยเวลา

39. The best equipment is that what you have now
อุปกรณ์ถ่ายรูปที่ดีที่สุด คือ ที่ตอนนี้มีใช้อยู่นั่นแหละ

40. You can’t take photographs of everything
เราไม่สามารถถ่ายรูปทุกอย่างได้หรอก

41. Break the rules of photography knowingly, but not your camera ;)
พยายามทำลายกฏการถ่ายรูปที่รู้จักทุกกฏ
แต่อย่าแม้แต่จะคิด .. ที่จะทำลายกล้อง ;)

42. Pay attention to the different way that light falls on different parts of your scene
ใส่ใจกับวิถีแสงที่ส่องสู่แง่มุมต่างๆของภาพที่จะถ่าย

43. The eye moves to the point of contrast
ตาเรา ชอบมองแต่จุดที่แตกต่าง

44. Clouds increase the atmosphere of a landscape
เมฆ เพิ่มบรรยากาศให้ภาพทิวทัศน์

45. Start a photoblog
เริ่มเขียนบล็อกถ่ายรูปได้แล้ว

46. Accept praise and say “thank you”
น้อมรับคำยกย่อง ก่อนกล่าวคำ ขอบคุณ

47. ‘Nice Shot’ is not a very useful comment to write
‘ถ่ายดีนี่’ ไม่ใช่คำวิจารณ์ภาพที่มีประโยชน์อะไรเลย

48. ‘Amazing!’ isn’t useful either. Try to describe specifically what you like or don’t like about an image.
‘ถ่ายเยี่ยม’ ก็ไม่ได้ประโยชน์พอกัน
พูดให้มันชัดๆสิว่า เราชอบหรือไม่ชอบภาพ ตรงไหน เพราะอะไร

49. You are not your camera
‘คุณ’ … ไม่ใช่กล้องของคุณ

50. Ask a question at the end of your comment on a photo to get a ping-pong conversation with the photographer
อย่าลืมถาม .. ตอนจบความเห็นเกี่ยวกับรูปภาพ
เพื่อจะได้ ‘คุยกันมั่ง’ กับช่างภาพ

51. Do a review of your archives on a regular basis, the longer you photograph – the more diamonds are hidden there
 เอาภาพที่ถ่ายไว้ มาดูบ่อยๆให้สม่ำเสมอ
 ยิ่งถ่ายรูปนานเท่าไหร่ ยิ่งเจอขุมทรัพย์แห่งรูปที่ซ่อนอยู่

52. Always clarify what the eyecatcher (focal point) will be in your image
 ในรูปที่ถ่ายมาหนะ จุดไหนที่คนมองเห็นในแว่บแรก

53. No image is better than a bad one
ไม่มีภาพกลับมา ยังดีกว่ามีภาพห่วยๆ

54. Everyone has to start little
 ทุกคน มันเริ่มที่ห่วยๆ ทั้งนั้น

55. Your opinion about photography is important!
 ความเห็นคุณ เกี่ยวกับการถ่ายรูป … มันสำคัญ

56. Leave a funny but thoughtful comment
อย่าลืมให้ความเห็นที่ขันๆ แต่มีความคิดที่ดี

57. Speak about your experiences with your photo buddies
พูดถึงประสพการณ์(แหงกละ .. เอาแต่ที่ดีๆ) เกี่ยวกับคู่หูถ่ายภาพของเรา

58. Limit your photograph to the substance
ถ่ายแต่เฉพาะภาพของโลกนี้

59. Participate in Photo contests
เข้าร่วมประกวดถ่ายภาพมั่งดิ

60. Post processing = Optimizing your image to the best result
การแต่งภาพหลังถ่าย = ปรับภาพเยี่ยมๆ ให้เยี่ยมยอดสุด

61. Shoot exposure latitudes as often as possible
ถ่ายคร่อมเข้าไว้

62. Use photomatix as seldom as possible, HDR’s always have a synthetic flavor
อย่าไปถ่าย HDR ให้มันมาก
มันเก๊ๆพิก๊ล

63. Always remember what brought you to photography
พยายามระลึกเสมอๆ ว่า อะไรทำให้คุณรักการถ่ายรูป

64. Never shoot a person who doensn’t want to be photographed
อย่าถ่ายรูปคน ที่ไม่ต้องการถูกถ่าย

65. Always turn arround, sometimes the better image is behind you
มองดูหลังซะมั่ง
บางที ภาพสวยๆ อยู่ข้างหลังเรานี่เอง

66. It’s who’s behind the camera, not the camera
คนที่อยู่หลังกล้องตะหาก ไม่ใช่กล้อง

67. Mistakes are allowed! The more mistakes you make, the more you learn!
ไม่มีใคร ไม่ทำผิด
ผิดแล้วศึกษา ยิ่งผิดมากยิ่งรู้มาก

68. If you have an idea and immediately you think : No, this is not going to work – Do it anyway. When in doubt – always shoot.
ทันทีที่มีไอเดียบรรเจิด แล้วเกิดคิดว่า มันไม่เวิร์คหรอก
ทำมันไปเลย
สงสัยเมื่อไหร่ กดชัตเตอร์ไปก่อน

69. Understand and look to your histogramm while shooting. It delivers very important information about your image
ทำความเข้าใจกับ histogram ขณะถ่ายหน่อย เข้าใจมันด้วย
มันมีข้อมูลสำคัญๆ ไม่ใช่น้อยนะ

70. Know your camera, because searching the menu button in the night is time you don’t want to waste
รู้จักกล้องเรา ให้ดีเหมือนตัวเอง
ควานหาปุ่มกดตอนถ่ายภาพกลางคืน มันไม่สนุกนะ

71. Shoot as often as possible
ถ่ายให้บ่อยๆเข้าไว้

72. Believe in yourself
เชื่อมั่นในตัวเอง

73. Don’t be afraid of getting dirty
อย่ากลัวที่ตัวเละเลอะเทอะ

74. Pay attention to qualitiy in your image
ใส่ใจกับคุณภาพของรูปหน่อย

75. Your photographs are a personal map of your psyche
รูปของเรา คือ แผนผังตัวตนและจิตวิญญาณของเรา

76. Re-check your ISO-Settings. It’s aweful to detect the wrong settings on your screen.
เช็ค เช็ค เช็ค และเช็คอีกสี่สิบหน ว่าตั้ง ISO ถูกหรือเปล่า
อย่ารอจนรู้ว่ามันผิด ตอนที่เห็นรูปบนหน้าจอคอมพ์

77. Be thankful for long and thoughtful comments on your images
จงขอบคุณด้วยหัวใจเราทั้งหมด
หากเห็นใครวิจารณ์ภาพเรา ยาวเหยียด และเปี่ยมด้วยความคิดวิพากย์
(ลองพิมพ์อย่างนั้นดูก่อนจะขอบคุณก็ได้)

78. Never trust your LCD. Normally it is brighter and sharper as the original image.
อย่าไปเชื่อจอ LCD
มันสว่างและคมกว่าภาพต้นฉบับ

79. Provide for enough disc space, because it’s cheap and you will need it.
หาฮาร์ดดิสก์ใหญ่ๆเข้าไว้
มันราคาถูกลงเรื่อยๆ และสุดท้ายแล้ว เราต้องการมันแน่นอน

80. Learn to enjoy beautful moments when you don’t have a camera with you.
เรียนรู้ ที่จะมีความสุขกับวินาทีแห่งความงดงาม … ยามเราไม่มีกล้องอยู่ด้วย

81. Always arrive at least half an hour earlier before sunrise / sundown, composing in a hurry is a bad thing.
ไปถึงจุดที่จะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก ก่อนกำหนดอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
รีบๆรัวถ่าย มันไม่ได้อะไรกลับมาหรอก

82. Try to amplify your mental and physical limits. Takes some extra shots when you think “it’s enough”
พยายามขยายขอบเขตจำกัดของจิตใจ และจิตวิญญาณ
เมื่อคิดว่าพอแล้ว .. กดเพิ่มอีกสามสี่ช็อต

83. Pay attention to structures in the sky and wait until they fit into structures in the foreground
ใส่ใจกับภาพลักษณ์แห่งฟ้า
รอจนกว่าเข้ากับภาพลักษณ์แห่งดิน

84. Visit the same place as often as possible. Light never shows the same mountain.
ไปดูที่สวยๆให้บ่อยเข้าไว้
วิถีแสงแห่งภูเขาลูกเดิม ไม่เคยเหมือนเดิม

85. Print your images in big size. You will love it.
อัดภาพใหญ่ๆเข้าไว้ แล้วจะรักมันเองในที่สุด

86. Calibrate your monitor. Working with a monitor that is not accurate is like being together with someone you can’t trust. It always ends badly.
ปรับจอภาพให้บ่อยเข้าไว้
ทำงานกับจอภาพที่เชื่อถือไม่ได้ ก็เหมือนกับทำงานกับคนที่เชื่อถือไม่ได้
ผลสุดท้าย .. เฮงซวยเสมอ

87. Don’t think about what others may say about your image. If you like it, it’s worth publishing.
อย่าไปคิดว่า คนอื่นจะบอกว่ารูปเราเป็นอย่างไร
ถ้าเราชอบมัน .. เผยแพร่มันโลด

88. Never address reproaches to yourself. Learn from your mistakes and look forward, not backward.
อย่าตำหนิตัวเอง
เรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วมองไปข้างหน้า

89. Fight your laziness ! Creativitiy comes after discipline.
อย่าขี้เกียจ!!!
ความสร้างสรร เดินตามหลังระเบียบวินัยเสมอ

90. Ask yourself : What do you want to express in your images ?
ถามตัวเองสิ : ต้องการแสดงอะไรในรูปที่ถ่ายมา

91. Always try to think outside the box, collect new ideas about photographs you could do and ask yourself : Why not?
คิดนอกกรอบ
หาแนวคิดถ่ายรูปใหม่ๆที่เราน่าจะทำได้ ก่อนถามตัวเอง .. ทำไมไม่ทำมันว่ะ!

92. Search for a mentor.
อย่าลืมเสาะหาปรมาจารย์

93. Photography is never a waste of time.
การถ่ายรูป ไม่ใช่เรื่องเสียเวลาเปล่า

94. Every community has it’s downsides. Don’t leave it out of an emotional response.

 ทุกวงสังคม มีด้านมืด
อย่าปะทะด้วยอารมณ์

95. There will always be people who will not like what you are doing.
ไม่ว่าเราจะเยี่ยมแค่ไหน มีคนบางคนชังน้ำหน้าคุณเสมอ

96. Henri Cartier-Bresson was right when he said that “Your first 10,000 photographs are your worst.”
ปรมาจารย์ถ่ายภาพ HCB พูดถูกเพ๊ะ ที่บอกว่า “ภาพ 10,000 ภาพที่เราถ่าย เป็นภาพห่วยสุด”

97. A better camera doesn’t guarantee better images.
กล้องเทพ ไม่ได้รับประกันว่า รูปจะออกมาเทพ

98. Always have printing in mind when you postprocess your images.
คิดถึงการอัดรูปเสมอ ยามตกแต่งภาพหลังถ่าย

99. Photography is fair : You gain publicity with the quality of your images. Unless the images are stolen, there is no way of cheating yourself higher.
การถ่ายรูป ยุติธรรมที่สุด
สังคมยอมรับเรา เพราะภาพเราเจ๋ง
ไม่ใช่เพราะหลอกตัวเอง

100. Write a 100 things list
อย่าลืมเขียนรายการ 100 รายการ :-)

Credit:

Read More: http://www.portfolios.net/profiles/blogs/100-things-i-ve-learned-about-photography#ixzz1lwRk4Ufi

Note: “ไปเจอมาครับ น่าสนใจดีเลยเอามาฝาก รายละเอียดที่มาดูข้างล่าง” ~ Ace <<< จาก  Portforlio.net
______________________________________________________________

สงวนสิทธิคำแปลภาษาไทย:

ห้ามนำไปใช้ โดยไม่ได้อ้างอิงถึงบล็อกนี้ และที่มา
ห้ามนำไปส่งเป็น forward mail โดยไม่ได้ระบุบล็อกนี้ และต้นฉบับที่มา
ที่มาบทความ: http://ow.ly/66vbZ
คำแปล: http://ow.ly/66vbi
______________________________________________________________

Read More: http://www.portfolios.net/profiles/blogs/100-things-i-ve-learned-about-photography#ixzz1lwSD0hws

แฟลช FLASH และการปรับตั้งค่าถ่ายรูป สำหรับช่างภาพมือใหม่ใจรัก

สิงหาคม 8, 2011 in บทความช่างภาพ

เห็นคนถามเกี่ยวกับเรื่องแฟลช กันมาเยอะ มีหลายท่านยังเหมือนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องการปรับ speed shutter, ISO และ รูรับแสง ให้ได้แสงพอดีตามต้องการ เวลาใช้งานร่วมกับแฟลชอยู่ วันนี้ขอมาเล่าให้ฟังบ้างครับ

ออกตัวว่าผมเองไม่ได้เก่งอะไรเรื่องนี้มากนะครับ เพียงแต่เผอิญเคยได้พิมพ์บทความเรื่องนี้ไว้ในเวปอื่นเนื่องจากมีสมาชิกในเวปถามไว้ จึงมีรูปประกอบทำไว้พอดี ได้ครอป ทำรูปตารางแฟลชไว้ ต่างๆไว้แล้ว เห็นว่าไหนๆก็ทำไว้แล้ว มีประโยชน์กับ สมาชิกมือใหม่หลายๆท่าน ใน DPIX ซึ่งกำลังทำความเข้าใจเรื่องแฟลช หรือ กำลังจะหัดใช้แฟลช หรือ อาจมีแฟลชอยู่แล้วยังใช้ไม่ถูกใจ  จึงขอมาแชร์ ไว้ในนี้บ้าง สมาชิกท่านอื่นๆมีอะไรช่วยแนะนำเพิ่มเติมได้นะครับ
พอได้เรียน เรื่องแฟลชมาบ้างครับ (จากอาจารย์บีเว่อร์ WCDMA และ น้องแทม)
ถูกผิดยังไง ท่านใดทราบ ช่วยเสริมได้นะครับ

ก่อนเข้าเรื่อง แนะนำว่า ท่านใดใช้แฟลช ยี่ห้ออะไร ลอง หา search คู่มือ แฟลช ของท่านอ่านประกอบด้วย ในนั้นจะมีตารางแฟลช ที่กำลังจะพูดถึง แน่นอนครับ

เริ่มเรื่องการใช้แฟลช ที่หลายๆท่านสงสัยนะครับ
คือ การใช้แฟลช นั้น มีสูตร ดังนี้ครับ

GN (กำลังของแฟลช)= (Shooting distance x Aperture) / Iso sensitivity factor

GN คือ guide number คือ กำลังของแฟลชนั่นเอง อันนี้ไม่ต้องไปสนมาก รู้แค่ว่า M1/1 ก็คือ เต็มกำลัง M1/2 ก็ครึ่งกำลัง หรือ ง่ายๆก็คือ มันยิงไปได้กี่เมตร นั่นเอง 
GN แม้แฟชลบางรุ่นมีโหมดให้เลือกปรับ แต่ GN เป็นเรื่องไกลตัว และแทบไม่ได้ใช้ในโลกแห่ง Flash Auto เลย GN ถูกกล่าวมากสุดก็ตอนจะเลือก ซื้อแฟลชมากกว่าประมาณว่า ยิ่งมากว่าแฟลชกำลังยิ่งแรงดี

ทีนี้
จากสมการนี้ เห็นได้ว่า มันไม่เกี่ยวอะไรกับ Speed shutter เลย นะครับ  เพราะในสูตรสมการไม่มี เนื่องจากแฟลชมันยิง ออกไปด้วยความเร็วสูง 1/8000-1/30000 เท่าไรไม่รู้แต่สูงมาก
ผมเคยได้ยินว่าให้บางคนปรับspeedอยู่นั่นแหละ เห็นแฟลชแรงไป คือ มันไม่เกียวนะครับ

เพราะฉะนั้น จึง ปรับแสง ให้พอดีกับระยะทาง ด้วยสาม ปัจจัยหลักๆ คือ
1  ระยะห่าง (แฟลชถึงแบบ)
2  Aperture หรือ ค่า F (ค่ารูรับแสง)
3  ค่าสัมประสิทธิ์  ISO นั่นเอง

ภาพตาราง GN (หน่วย m/ft)

 

ค่าสัมประสิทธ์ iso 

หากถามว่าค่า เอฟ มันใช้ยังไง
ก็คือ การปรับรูรับแสงนั่นเองครับ รูรับแสง กว้างกว่า เช่น 1.4 2.8  มันมีผลกับระยะทางที่แฟลชยิงไปถึงครับ
ถ้า Fสูงๆ เช่น F16  แฟลชต้องยิงแรงขึ้นเทียบกับ f 1.4 ครับ  เพื่อให้ถึงระยะเดียวกัน นั้น
ใน แฟลช สมัยก่อนตั้งแต่กล้อง Film ช่างภาพสมัยก่อนก็ปรับวิธีนี้ (ปรับโหมด A,Aperture) บางคนพกตาราง บางคนจำเอาได้
แต่สมัยนี้มี TTL เราไม่ต้องทำอะไรมากครับ (คงทราบหลักการทำงาน TTL กันอยู่แล้ว)

 

ดูตารางแฟลชด้านบน นะครับ
กำลัง สูงสุดของตารางคือ 56 เมตร ที่ 200 mm (มุมบนสุดขวาสุด)
จาก สมการGuide Number และ ISO เอาตัวหาร ง่ายสุดเป็น  1  คือ iso100 นั่นเอง ครับ
พอคิด iso 100 สมการจะกลายเป็น

GN (กำลังของแฟลช)= Shooting distance x Aperture

ถ้า ปรับแฟลช M1/1 ระยะ 200m เอาแบบแรงเต็มที่ เราใช้ Aperture f=2  แสดงว่าเราจะได้ ระยะห่าง เท่าไร คำนวณดังนี้

56 = ระยะ X 2
ระยะ คือ 28
สรุปว่า ยืนห่างจากแบบ  28เมตร
แค่นี้เองครับ 
ที่นี้ถ้า ใช้ iso 200 ก็ ยืนห่าง จากแบบได้มากขึ้น คูณ ค่าสัมประสิทธิ์ ไปครับ ก็คือ 39.2 เมตร ถ้า iso400 ก็ได้ 56 เมตร

ประโยชน์ขอดีคือ เราจะรู้ระยะที่แฟลชเราไปถึงแบบได้  เมื่อเวลาเพื่อนๆ ไปออกทริปเป็นกลุ่ม หรือ หมู่คณะ มีแฟลชหลายๆตัว ขอยืม กันมา จัดแสง  ใช้แฟลชร่วมกัน ตาม ค่ายนิค่อน แคนนอน ว่ากันไป(บางค่ายสั่งโดย มี trigger บางค่ายสั่งได้จากแฟลชหัวกล้อง หรือ อาจใช้ร่วมกัน ถ้าตั้ง เป็น slave หรือ โหมด SU-4 ในนิค่อน ) เมื่อเซตแฟลช ตั้งกำหนด ทิศทางแสงได้ตั้งค่า M โหมด Manual เอาไว้ เท่าไร ว่ากันไป ล๊อกค่าไว้เลย  ทีนี้ตอนถ่าย ช่างภาพแต่ละคน ต่างคนสามารถ ปรับ ค่าที่กล้องตัวเองคือ ISO หรือ Aperture ได้เลย ตามระยะยืนของเรากับตัวแบบครับ

คำถามเรื่อง ความกว้างหรือแคบ ของแสงนั้น ก็ตาม mm ของเลนส์ที่ใช้นะ ครับ ส่วนใหญ่ที่แฟลชตั้ง Auto Zoom  ไว้ มันก็จะปรับ ตามเลนส์ของเรา
แต่แฟลชรุ่นปัจจุบัน  ตั้งให้ มี Zoom บวกลบได้  บีบแสงได้ตามความต้องการครับ เราสามารถ บีบให้แสงเข้าจุดที่เราต้องการได้ ระยะ ทางที่แฟลชเดินทางไปถึงแบบ ทุกอย่างก็มีผลไปตามสมการด้านบนนะครับ

เขียนมาซะยาว สรุปว่า การใช้แฟลชนั้น ปรับ  ค่ารูรับแสง (f)  และ. ค่า ISO ไม่เกี่ยวกับ Speed Shutter ครับ

ผมเอง บางทีก็ปรับ Manual แต่ ส่วนใหญ่ใช้  TTL ครับ เพราะมันก็ตั้ง ชดเชยแสงแฟลช บวก ลบ ได้ครับ    เอิกๆๆ จบ..

 

บทความ โดย nookijung webmaster บ้ากล้อง  www.barklong.com

รีวิว Review: FLASH Nikon SB-700

สิงหาคม 8, 2011 in บทความช่างภาพ

 

ใครกำลัง จะซื้อ ลองอ่านข้อมูลดูครับ

Review: Nikon SB-700 ฉบับง่ายๆ โดย เวปบาร์กล้องของคนบ้ากล้อง  by nookijung webmaster www.barklong.com

ใครกำลัง จะซื้อ ลองอ่านข้อมูลดูครับ

Review: Nikon SB-700 ฉบับง่ายๆ โดย เวปบาร์กล้องของคนบ้ากล้อง  by nookijung webmaster www.barklong.com

ตอนแรกรอกันนานพอสมควรนะครับ กับแฟลช size ขนาดเล็ก พกพาสะดวก ทิ้งช่วงตั้งแต่สมัย sb-600 นู้นนะครับสำหรับคนที่ชอบแฟลชที่ราคาไม่แพง กำลังไฟพอดีๆ ถ่ายงานพอได้ พกสะดวก sb-600 เหมาะสมมากๆ แต่ คราวนี้ ทาง NIKON ออก sb-700 มา ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ครับ

 

 

เพราะอะไร ทำไม ลองอ่านสรุป เราขอรีวิว สรุปสั่นๆ ตรงไปตรงมาตามสไตล์ เวปบ้ากล้อง (คัดมาจาก www.barklong.com by nookijung ) ตามนี้คร้บ

-   SB-700 นี้ พกพาสะดวก ใส่กระเป๋าแล้ว ไม่ตุงๆใหญ่ๆ เท่า SB-900 ใครไม่ชอบพกใหญ่ๆลำบากๆ จัด SB-700 ได้เลย
-   เรื่อง ฟั้งชั่นการใช้งาน SB-700 สูสี SB-900 แต่ราคาถูกกว่า
-   กำลังไฟน้อยกว่า Sb-900 นะ แต่ใช้งานได้ไม่น่าเกลียด
-   ตัดปัญหาจุกจิกเรื่องความร้อน ที่หลายๆคนเคยเจอมาจาก SB-900
-   ข้าวของอุปกรณ์เสริม ต่างๆให้มาครบ ไม่ยังกะเหมือน ตอนซื้อ SB-600 เช่น ฝาครอบกระจายแสง ฝาครอบแก้สี ขาตั้ง กระเป๋าใส่ ทุกอันเก็บใส่กระเป๋าได้ลงตัวพอดีๆ

-   Wireless เล่น CLS ได้เหมือนๆกัน 
-   เค้าบอกว่า SB-700 จอ LCD งี้ ดูง่ายกว่า ปุ่มกด ง่ายกว่า

-   ยิ่งรัวได้ เพราะ short recycling time
-   ถ่านสี่ก้อน AA ช่องใสถ่านดูก๊อกแก้ง กว่า SB-900 นิ๊สนุง
-   มีแผ่น Build in bounce ติดมาให้ด้วย

-   ทำเป็น Slave ได้เหมือนกัน คือ mode SU4 ไปใช้ manual กับค่ายอื่นๆได้
รีวิวสั้นๆง่ายๆนะครับ ใครอยากลองอ่านรีวิว ภาษาอังกฤษ ของเมืองนอก เต็มๆ ละเอียดๆ ก็ ไปที่เวป http://flashraw.com/review-nikon-sb-700-speedlight/ นี้ ได้เลยครับ

ผมลองดึงเอาตารางเปรียบเทียบ flash รุ่น SB600-700-900 มาให้ดูครับ